เหตุผลที่ The Social Reckoning เรื่องราวบทต่อไปของ The Social Network ถูกสร้างห่างกันถึง 16 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อสิบหกปีก่อน The Social Reckoning (2010) หรือ เดอะ โซเชียล เน็ตเวิร์ก ภาพยนตร์ของผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ที่เป็นผลงานการเขียนบทโดย แอรอน ซอร์กิ้น เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งการเข้าฉายในตอนนั้น ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้คว้ารางวัลออสการ์มาได้ถึงสามสาขา

และในปีนี้ ซอร์กิ้น ก็จะกลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก แต่การกลับมาในครั้งนี้ จะมาในฐานะของทั้งผู้กำกับและนักเขียนบท อีกทั้งเรื่องราวของ เฟสบุ๊ก ยังแตกต่างออกไปจากในตอนที่เขาเขียนบทให้กับ ฟินเชอร์ อย่างมาก เพราะว่าในตอนนี้ หนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้กลายมาเป็นเหมือนกับตัวร้ายอย่างเต็มตัวไปเสียแล้ว

และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นเหตุผลให้ The Social Reckoning (2026) หรือ เปิดโปงโซเชียล ต้องใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าจะมีโอกาสได้สร้างเป็นภาพยนตร์ ที่มีคุณค่าทั้งในเรื่องของการกระตุ้นความคิด และสร้างความบันเทิง ตามที่ ซอร์กิ้น ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้กับทาง เอ็มไพร์

“เบร็กซิต, เคมบริดจ์แอนะลิติกา ทุกครั้งที่เหตุการณ์เกี่ยวกับ เฟสบุ๊ก เกิดขึ้นมาโดยไม่คาดคิด ผมก็จะได้รับสายโทรศัพท์จากหลาย ๆ คน บอกว่า ‘คุณต้องเขียนเกี่ยวกับมันนะ’”

“ผมก็แค่ไม่เห็นว่าหนังจะอยู่ตรงจุดไหนได้”

“ก่อนที่หนังจะเป็นอะไรที่กระตุ้นความคิด, มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความสัมพันธ์ มันจะต้องทำงานในฐานะของอะไรบางอย่างที่คุณจะดูในตอนที่กินป๊อปคอร์น”

เปิดโปงโซเชียล จะเป็นเรื่องราวในที่ตอนที่ เฟสบุ๊ก ถูกเปิดโปงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองหลายครั้ง ผ่านการสนับสนุนความคิดทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมไปถึงการปล่อยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานให้กับบริษัทอื่น อย่างไม่ได้รับความยินยอม

โดย เจเรมี่ สตรอง จะมารับบทเป็น ซักเคอร์เบิร์ก แทนที่ของ เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก ที่เคยรับบทไว้ใน เดอะ โซเชียล เน็ตเวิร์ก สมทบด้วย ไมค์กี้ เมดิสัน, เจเรมี่ อัลเลน ไวท์, วุนมี โมซากู, บิล เบอร์, เบ็ตตี้ กิลพิน, บิลลี่ แมกนัสเซน, กแบงกา อากินนักเบ, แอนนา แลมบ์, ไอแดน ลาเพรเต้, เคลลี่ เปเรย์รา, เนลสัน แฟรงคลิน, พอร์เทีย ดับเบิลเดย์, แพทริก ฟิชเลอร์, โจอี้ บรูคส์, เซียร์รา คาปริ และ เตห์มินา ซันนี่

The Social Reckoning หรือ เปิดโปงโซเชียล มีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 8 ตุลาคม 2026

Comments

comments