แม้ว่า The Mandalorian and Grogu (2026) หรือ แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู จะเป็นภาพยนตร์ในแฟรนไชส์ Star Wars ที่ใช้ทุนสร้างน้อยที่สุด นับตั้งแต่การเข้าฉายของ Star Wars: The Force Awakens (2015) หรือ สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง แต่ผู้กำกับ จอน ฟาฟโรว์ ก็ยืนยันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะยกระดับแฟรนไชส์ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งในเรื่องของงานภาพ ไปจนถึงเรื่องราวและการพัฒนาการของตัวละคร
โดยผู้กำกับชาวอเมริกันได้พูดถึงประเด็นนี้ เอาไว้ในการพูดคุยที่งาน สตาร์ วอร์ส: โมส วอนเท็ด ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ใกล้จะเข้าฉายขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ใกล้จะเสร็จสิ้นมากขึ้นไปทุกทีเช่นเดียวกัน
“พวกเราจะต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อการฉายในโรงภาพยนตร์ และนั่นก็หมายถึงอัตราส่วนการฉายที่สูงขึ้นสำหรับไอแมกซ์ กองถ่ายที่ใช้ความได้เปรียบนั้นอย่างเต็มที่ นั่นยังทำให้การสร้างเอฟเฟคพิเศษ ในเรื่องของคุณภาพและขนาดของมัน คุณเข้าใจใช่ไหม ว่าเราต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และในส่วนของเรื่องราวก็เช่นเดียวกัน”
“พวกเราอยากที่จะนำพาคุณออกไปผจญภัย และการผจญภัยนั้นจะต้องเติมเต็มจอภาพยนตร์ และจะต้องเป็นอะไรที่ผู้คนในตอนนี้ ในช่วงเวลาที่มีอะไรมากมายเหลือเกินแข่งขันกันแย่งความสนใจจากคุณอยู่ ที่คุณจะต้องหยุดทำอะไรก็ตามที่คุณกำลังทำอยู่ และคุณก็จะอยากที่จะไปยังโรงภาพยนตร์ และคุณก็จะอยากที่จะนั่งลงในโรงภาพยนตร์ และคุณก็ไม่สามารถที่จะหยุดมันได้ และคุณที่จะไม่สามารถที่จะกินอาหารที่อยู่ในตู้เย็นได้ และคุณก็จะต้องไปที่นั่น และคุณก็จะมีประสบการณ์ที่ดีจนต้องบอกต่อ”
แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู จะเล่าเรื่องราวของสองพ่อลูก ดิน จาริน และ ดิน โกรกู ในภารกิจช่วยเหลือสาธารณรัฐกาแลกติกใหม่กับการต่อสู้กับขุนศึกฝ่ายจักรวรรดิ
The Mandalorian and Grogu หรือ แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู มีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2026